วันเสาร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2555

เพิ่งรู้จัก "แม่เภา"

ผม เป้นคนไม่ค่อยไปงานหนังสือ เพราะคนเยอะ
ไม่คิดว่า คุณค่าของหนังสือ อยู่ที่ราคา..

หนังสือเล่มแรกที่ผมอ่าน ของ คุณ ประภาส ชลศรานนท์ คือ แมงกระพรุน ถนัดซ้าย ผม ซื้อ เพราะ ปก !!

แต่วันนี้ผม ลอง เข้าไปดู info ของ เพื่อนคนนึงมีชื่อ หนังสือเรื่อง แม่เภา เลยลอง ค้นหาดู

เรื่องพวกนี้เลยทำให้ผม เพิ่งรู้จักกับ แม่เภา

http://www.youtube.com/watch?v=vtDjzqyp9z0 เคยทำ เป็นหนังสั้น ซะด้วย

นักแสดง กมลชนก เขมะโยธิน
ผู้กำกับ ปรัญญา ปิ่นแก้ว
บทประพันธ์ ประภาส ชลศรานนท์

ตัวอย่างของแม่เภา ตอน แม่เภาแพ้

http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=rngja&month=25-11-2010&group=20&gblog=38

จาก blog ของคุณ
รัชชี่

แม่เภาก็คือคนธรรมดาเหมือนพวกเรา ๆ ผิดกันแต่วาแม่เภาเป็นคนที่ใช้สิทธิ์ รักษาสิทธิ์และหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มที่ แม่เภาไม่เบียดเบียนใคร แต่ก็....ไม่ชอบให้ใครมาเอาเปรียบ

ตอนที่แสดงให้เห็นความเป็นตัวตนที่แท้ของ “แม่เภา” คือ “แม่เภาแพ้ 1”

ขณะที่แม่เภายืนรอเข้าคิวซื้อตั๋วดูหนังอยู่ ข้างหน้าแม่เภาคือนักศึกษาชายคนหนึ่ง ส่วนด้านหลังคือนักศึกษาชายหญิงคู่หนึ่ง


มีคุณลุงคนหนึ่งจู่ ๆ ก็มาแทรกคิวนักศึกษาชายที่ยืนด้านหน้าแม่เภา
แม่เภาสะกิดบอกชายหนุ่มข้างหน้าว่า
ให้บอกคุณลุงคนนี้ซีว่าให้ไปเข้าแถวที่ถุกต้อง

ชายหนุ่มข้างหน้าบอกว่า “ไม่เป็นไรหรอกครับ”

แต่แม่เภาไม่ยอม คุณลุงก็เริ่มเสียงดังว่า
” ก็ไม่ได้แซงหน้าแม่เภาซะหน่อย แค่คนเดียวเอง”


แม่เภาบอกว่า “ที่คุณลุงคนนี้แซงคิวนักศึกษาคนนี้ แม้ว่านักศึกษาคนนี้ไม่ว่ากระไร แต่ว่ามันกระเทือนแม่เภานะ ก็คุณลุงก็แซงแม่เภาด้วย ”

คุณลุงเลยย้ายไปต่อแถวหลังแม่เภา แต่หน้านักศึกษาคู่หลัง

นักศึกษาคู่หลังมองหน้ากัน พูดไม่ออก

แต่แม่เภาไม่ยอม ถามนักศึกษาว่า "หนูไม่ทำอะไรบ้างเหรอ???"

นักศึกษาหญิงบอก "ไม่เป้นไรหรอกค่ะ" แต่แฟนเธอตัดสินใจบอกคุณลุงว่า"
ให้คุณลุงไปต่อแถวดีกว่า"

หญิงสาวบอกแฟนหนุ่มว่า "ไม่เป็นไรหรอก แค่คนเดียวเอง"

แม่เภาบอกนักศึกษาสาวว่า "หนูต้องให้กำลังใจเขาถึงจะถูก เขาทำถูกแล้วนี่"

คุณลุงบอกว่า “ต้องรีบเข้าคิวซื้อตั๋วหนังให้หลาน เพื่อทำรายงานส่งอาจารย์”

เด็กคนที่เป็นหลานคุณลุงเริ่มรู้สึกหน้าเสียเหมือนกัน เพราะคนก็เริ่มหันมามองเพราะเสียงทะเลาะเริ่มดัง

เด็กหนุ่มข้างหลังเริ่มใจอ่อน และบอกว่า "งั้นแทรกหน้าผมก็ได้"

ใจจริงแล้วแม่เภาก็เริ่มใจอ่อนเหมือนกัน แต่ก็พูดว่า
"ไม่รู้สิ แต่มันไม่ค่อยถูกอย่างไรก็ไม่รู้ หรือหนูว่ามันดีแล้วอย่างนี้"

ึคุณลุงบอกว่า "ทำไมล่ะคุณ เด็กเขาก็เต็มใจแล้ว ผมแทรกคนเดียวเอง ซื้อตั๋วสองใบแค่นั้น"

แม่เภาำ็ก็จี๊ดขึ้นมา บอกว่า "คิวเขามีไว้เพื่อมาก่อนหลัง มันเป็นความยุติธรรมพื้นฐานของสังคม แล้วทุกคนก็มีเหตุผลส่วนตัวทั้งนั้นแหละ

ผู้ที่จบปัญหาคือเด็กหญิง เธอบอกคุณลุงว่า “หนูอยากภูมิใจค่ะ ถ้าเราได้ดูหนังเรื่องนี้แล้วมีใครอีกสักคนสองคนต้องอดดูเพราะเราแซงคิวเขา
หนูคงรู้สึกไม่ดีแน่"

"เราไปเข้าคิวกันเถอะ หนูอยากภูมิใจ"

คุณลุงโกรธก็เลยไม่ต่อแถวแล้ว "ถ้าไม่อยากดู ก็ไม่ต้องดูมันแล้ว รายงานไม่ต้องทำมัีนแล้ว" หลานก็รีบวิ่งตามคุณลุงกลับบ้าน


ขากลับบ้าน แม่เภารู้สึกกับตัวเองหน่อย ๆ ว่าทำเกินไปหรือเปล่า ถ้าเด็กน้อยคนนั้นไม่มีการบ้านส่งอาจารย์
แต่สุดท้ายเธอก็คิดว่า “อย่างน้อยสังคมก็จะมีคนดี (คนที่รู้สึกรับผิดชอบต่อคนอื่น) ขึ้นมาอีก 1 คน"

พี่จิกเขียนต่อแบบโดนใจจี๊ด ๆ ตัวเอง ว่า อย่างกรณีที่นักศึกษาบอกว่าให้คุณลุงแทรกได้ ไม่เป็นไรครับ เสียสละได้
พี่จิกนำเสนออีกมุมหนึ่งว่า คุณคิดว่าคุณเสียสละเหรอ อย่างไรก็ตามคุณเองก็ยังมีโอกาสได้ตั๋วหนังใบนั้น แต่คนที่อาจมีโอกาสเสียสิทธิ์คือคนที่ต่ออยู่แถวหลังมาก ๆ ต่างหากที่เขาอาจจะอดดูในรอบนี้
ดังนั้นถ้าคุณต้องการเสียสละ คุณต่างหากที่ต้องยอมให้คุณลุงมายืนตรงตำแหน่งคุณ
ส่วนคุณนั้นต้องไปต่อแถวเป็นคนสุดท้าย

คิดได้ไงเนี่ย

ต้องยอมรับคนไทยเราไม่ค่อยรักษาสิทธิ์ตัวเอง โดยเฉพาะเรื่องการเข้าคิว ไม่กล้าพูด ไม่กล้าบอกคนแซงคิวตรง อาย กลัวถูกว่า (ฉันเองก็เป็น)

และพบว่าตัวเองหงุดหงิดทุกทีเวลาใช้ BTS ทุกคนต่อแถวอย่างดิบดี จู่ ๆ ก็มีคุณผู้ชายหรือคุณผู้หญิงบางทีมายืนต่อแถวพิเศษด้านข้าง พอประตูรถเปิดก็เดินแซงเข้าไป (มองไปก็ดูแต่งตัวดี ก็ดูมีการศึกษา แต่)

ถ้าเป็น “แม่เภา” คุณคิดว่า “แม่เภา” จะทำอย่างไร ????

วันอังคารที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2553

I wanna be a good citizen

มนุษย์เงินเดือน
เสียภาษีถูกต้อง....
เสียค่าประกันสังคมที่ไม่เคยได้ใช้


เห็นสิ่งอะไร ไม่ว่าจะเป็น 
เหตุการณ์ (Event)
การตลาด (Marketing)
เทคโนโลยี(Technology)
วงการรถยนต์(Automotive)
เลยอยากจะมาเขียนเล่าให้ ผู้คนที่ผ่านมาได้ รับฟัง